4/01/2560

ยูนิลีเวอร์กับการก้าวสู่ตลาด E-Commerce ระดับโลก

              Mr.Keith Higgins Executive Vice President & Head of Global E-Commerce – Unilever

ยูนิลีเวอร์เตรียมพร้อมที่จะเติบโตในโลก E-Commerce มาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้ยูนิลีเวอร์สร้างยอดขายจาก E-Commerce ได้เป็นจำนวนเงินมหาศาลนั้น เป็นเพราะเราติดตามและเข้าใจผู้บริโภคเป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ทำให้เขามีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาและรักในแบรนด์นั้นๆ จนเกิดการซื้อและบอกต่อผ่านโลกโซเชียลทั้งออนไลน์และออฟไลน์
เนื่องจากปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้สื่อสารหรือรับสื่อจากแค่เพียงช่องใดช่องหนึ่งเท่านั้น แต่มีการดูและรับสื่อจากหลากหลายช่องทางหรือที่เรียกว่า OMNI CHANNEL ดังนั้น สิ่งสำคัญในการเติบโตในโลกออนไลน์ก็คือ Smart Data คือการนำข้อมูลต่างๆ มาใช้ในการวิเคราะห์อย่างถูกต้องเพื่อให้รู้ว่าผู้บริโภคสนใจคลิกดูอะไรบ้าง ใช้เวลาในการดูนานเท่าไร ดูอะไรต่อ มีเส้นทางการสำรวจจนกว่าจะตัดสินใจซื้ออย่างไรบ้าง ซึ่งผู้บริโภค 36% จะหาข้อมูลผลิตภัณฑ์จากสื่อออนไลน์ก่อนตัดสินใจซื้อ
การสร้างแบรนด์ที่ดีต้องนำเสนออย่างชัดเจนและสวยงามในทุกช่องทาง ที่สำคัญต้องเลือกลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพสูง เลือกคู่ค้าหรือพันธมิตรที่จะช่วยสร้างการเติบโตได้ พร้อมกับมีแนวคิดการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เช่นเดียวกับธุรกิจเครือข่าย ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ที่มีรูปแบบธุรกิจที่จะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดด้วยโมเดลธุรกิจใหม่อย่าง OMNI CONNECT ที่รวมทุกช่องทางเชื่อมเข้าหากัน เพื่อความเข้าใจและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย
และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้ก็คือ การนำข้อมูลผู้บริโภคทุกขั้นตอนจนถึงการสั่งซื้อมาวิเคราะห์อย่างถูกต้องให้เราเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เพื่อการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดไปกับ OMNI CONNECT







                                                       สนใจร่วมธุรกิจคลิ๊กเลย  
                                                  MEMBER PRIVILEGE






 
OMNI CONNECT โมเดลธุรกิจยุคดิจิทัลจาก ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค
ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในโลกดิจิทัลได้ต้องเข้าใจผู้บริโภคให้มากพอ มีเทคโนโลยีทันสมัยรองรับ มีนวัตกรรมดีต่อเนื่อง ซึ่งในยุคดิจิทัลปัจจุบันได้ก่อให้เกิดการทำงานและธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Social Commerce หรือการทำธุรกิจบนโลกโซเชียล ซึ่งคนที่สนใจทำธุรกิจต้องเริ่มตั้งแต่หาสินค้าหรือบริการ สร้างช่องทางขายทั้งทางเว็บไซต์ เฟซบุ้ค ไลน์ หรืออินสตราแกรม มีระบบการจ่ายเงินที่เชื่อถือได้หรือ Gateway Payment หรือจะตัดปัญหาด้วยการขายผ่าน Market Place อย่าง LAZADA
แต่ปัญหาสำคัญก็คือ จะหาสินค้าที่มีคุณภาพได้จากที่ไหน แล้วจะบริหารจัดการสต๊อคสินค้าอย่างไร ทั้งหมดคือความเสี่ยงและภาระที่ต้องเจอ
นี่คือจุดเริ่มต้นของ OMNI CONNECT โดย ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ทางเลือกทางโลกธุรกิจให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจบนโลกดิจิทัลได้อย่างประสบความสำเร็จ นักธุรกิจไม่ต้องหาสินค้า ไม่ต้องสร้าง Platform การขาย ไม่ต้องทำเว็บไซต์ ไม่ต้องปวดหัวกับการจัดส่ง ฯลฯ เพราะ OMNI CONNECT คือการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน ช่วยให้คุณสามารถติดต่อกับผู้บริโภคได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญ เป็นโอกาสสร้างธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง ใช้ง่าย เชื่อมต่อกับผู้คนได้เรื่อยๆ และหลายรูปแบบ ทั้งการซื้อใช้ การแชร์โค้ดเพื่อรับ Cash Back หรือทำธุรกิจแบบเต็มตัว
สิ่งที่เราหวังจาก OMNI CONNECT ไม่ใช่ยอดขาย แต่อยากให้ทุกคนมีความสุข ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบ Happy Now คือมีความสุขได้ในปัจจุบันโดยไม่ต้องรออนาคต มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง คิดใหม่ทำใหม่เพื่อเห็นผลทันที ต้องการความเป็นเจ้าของ เชื่อมโยงมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์
โมเดลธุรกิจ OMNI CONNECT จึงเป็นรูปแบบธุรกิจที่ดี ที่มีแพลตฟอร์มรองรับไว้ครบถ้วน ให้กับทุกคน ทุกช่วงชีวิต ทุกไลฟ์สไตล์

สุชาดา ธีรวชิรกุล





สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

ทุกวันนี้ โลกหมุนเปลี่ยนเร็วขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องวิ่งตามให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ล่าสุด “สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย” (MAT)โดย “คุณสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์” นายกสมาคมฯ ได้ชี้ 4 เทรนด์สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย อันส่งผลต่อการทำธุรกิจทั้งในวันนี้ และในอนาคต โดยทุกธุรกิจสามารถนำเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจ ได้แก่
  1. โลกในวันนี้ และวันข้างหน้า ไม่มีคำว่า “One Size Fit All” อีกต่อไปแล้ว นั่นความว่า การผลิตสินค้า 1 อย่าง และการทำตลาด 1 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกคน ไม่ใช่คำตอบของการทำธุรกิจแล้ว แต่ธุรกิจต้องผลิตสินค้า และทำการตลาด “เฉพาะกลุ่ม” ภายใต้คำว่า “เฉพาะกลุ่ม” สามารถแบ่งผู้บริโภคออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ที่นับวันจะเป็นกลุ่มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ
    • แนวโน้ม “คนโสด” มากขึ้น และ “ครอบครัวขนาดเล็ก” จะขยายตัวเพิ่มขึ้น
    • “Aging Population” คนอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีมากขึ้น เพราะโลกสมัยใหม่ คนกินดี อยู่ดี การดูแลรักษาดีขึ้น ทำให้คนอายุยืนยาวขึ้น
    • ผู้บริโภคกลุ่ม “Millennials” จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  2. โลกเข้าสู่ยุค “Digital Revolution” สะท้อนได้จากปัจจุบันคนไทยมีโทรศัพท์มือถือ 90 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทย 67 ล้านคน ขณะเดียวกันอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตในไทย เติบโตถึง 60% และทุกวันนี้ การติดต่อสื่อสาร การทำธุรกรรม การค้นหาข้อมูลข่าวสาร 85% ทำผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า Mobile First สังเกตได้จาก กรุงเทพฯ ติด Top 5 ของจำนวนผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก, ประเทศไทย ติด Top 5 ที่นิยมดู Content ต่างๆ ผ่านวีดีโอ ออนไลน์ และมีผู้ใช้ LINE ติดอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น
  3. “Health and Well-Being” มาจริงแล้ว หลายคนคงได้ยินเทรนด์สุขภาพ และการอยู่ดีมีสุขมาสักระยะแล้ว แต่ในอดีตเป็นเพียงแนวคิด และมีผู้ประกอบการที่เจาะตลาดนี้ไม่มากนัก แต่เวลานี้ ผู้บริโภคหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น แสวงหาวิถีชีวิตที่อยู่ดีมีสุข
    โดยถ้าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และวัยทำงาน วัตถุประสงค์หลักของการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ตนเองมีบุคลิกภาพที่ดูดี ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ ดูแลสุขภาพ เพื่อต้องการสุขภาพร่างกายแข็งแรง ดังนั้น สินค้าและบริการใดก็ตาม ที่ต้องการจับเทรนด์นี้ ก็สามารถเลือกโฟกัสได้ว่าจะเจาะผู้บริโภคกลุ่มไหน เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของผู้บริโภคกลุ่มนั้นๆ
  4. “Environment” สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวคนเราทุกคน และนับวันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ต่อไปในอนาคตจะเห็นนวัตกรรมสินค้าที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ เช่น สินค้าที่ใช้พลังงานทดแทน

“การตลาด + นวัตกรรม” สร้างการเติบโตทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ “สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย” ยังได้แนะผู้ประกอบการธุรกิจว่า ไม่ว่าธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศจะเป็นอย่างไร ผู้ประกอบการธุรกิจควรให้ความสำคัญกับ “การทำการตลาด” เพราะมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นการสร้างแบรนด์ สร้างสินค้าให้ติดหู ติดใจ ติดปากผู้บริโภค เพื่อให้อยู่ในใจผู้บริโภค ทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการหาโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
“อยากให้ผู้ประกอบการธุรกิจ เข้าใจเกี่ยวกับการใช้เงินว่า เมื่อธุรกิจมีกำไร ควรแบ่งเป็นส่วนๆ ส่วนหนึ่งควรเอาไปลงทุนด้านการตลาด ซึ่งคนมักจะมองว่าการลงทุนด้านการตลาด เป็นการเอาเงินไปทิ้งลงทะเล ไม่ได้ผลอะไรกลับมา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเราทำการตลาดถูกต้อง เดินถูกทาง การตลาดก็สามารถเป็นตัวเร่ง ตัวคูณให้กับธุรกิจได้เช่นกัน
การทำตลาดในทีนี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เพราะหลายอย่างไม่ต้องใช้งบมากมาย เช่น การทำ Brand Design ให้สวย ให้เรียบง่าย การทำแพคเกจจิ้งให้สวยงาม ปรับราคาให้ถูกต้อง จัดเรียงสินค้าภายในร้านให้ดี มีหลายอย่างที่ไม่ต้องใช้เงินมากมาย”
ขณะเดียวกันต้องไม่หยุดพัฒนา “นวัตกรรมที่ดี และโดนใจผู้บริโภค” เพื่อนำเสนอออกสู่ตลาดสม่ำเสมอ ซึ่งนวัตกรรมในทีนี้ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะแค่เรื่องเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมโปรดักส์ที่ต้องล้ำหน้าเท่านั้น แต่ยังหมายความรวมถึงนวัตกรรมไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมด้านการตลาด
“ไม่ว่าจะอยู่สถานการณ์ไหน เศรษฐกิจจะขึ้นหรือลง ถ้าผู้ประกอบการธุรกิจมองเป็นปัญหา ก็เป็นปัญหา แต่ถ้ามองเป็นโอกาส ก็จะเจอโอกาส ในทุกสถานการณ์จะมีโอกาสเสมอ เมื่อมองเห็นโอกาสแล้ว ต้องรู้ศักยภาพตัวเอง อย่าทำจนเกินตัว อย่าทำความเสี่ยงให้ใหญ่เกินไป ทำทีละขั้นทีละตอน จับประเด็นให้ถูก จับโอกาสให้ถูก ลงมือทำจริงจัง และเปิดหู เปิดตา เปิดใจ เพื่อปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะการทำธุรกิจ ต้องคล่องตัว ว่องไว มีไหวพริบ
ขณะเดียวกัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ถ้าผู้ประกอบการธุรกิจมีนวัตกรรม จะยิ่งทำให้ธุรกิจเติบโต ที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่าบริษัทที่เจริญเติบโต ท่ามกลางเศรษฐกิจไม่ดี สิ่งที่ทำให้เขาอยู่ได้ คือ นวัตกรรม เพราะฉะนั้นอย่าหยุดที่จะลงมือสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่าหยุดที่จะสร้างความแตกต่าง” คุณสุพัตรา กล่าวทิ้งท้าย
ที่มาของบทความ http://www.brandbuffet.in.th/2016/08/marketing-trends-mat-2016/



2/01/2560

MEMBER PRIVILEGE สิทธิพิเศษสมาชิก

BUSINESS ASSOCIATE (BA)

UNET PRO

สร้างธุรกิจได้ทุกที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เติบโตด้วยรายได้ที่มั่นคง
สิทธิพิเศษสูงสุด ที่สร้างได้ด้วยมือคุณ
- รับส่วนลดทันที 25% เมื่อช้อปผลิตภัณฑ์ราคาปกติ
- สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้จากทุกช่องทาง ทั้งทางเว็บไซต์ www.avianceshop.com ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เซ็นเตอร์ อาวียองซ์ ช็อป หรือ Call Center 0-2554-2455
- แชร์โค้ดรับ Cash Back 10% จากทุกยอดใช้จ่ายของ AF, PS และบุคคลทั่วไป ที่ช้อปผลิตภัณฑ์ใดๆ ผ่าน Promo Code ที่คุณแชร์
- รับโบนัสเงินสดสุดคุ้ม จากแผนปันผลตอบแทนผลงานธุรกิจของคุณในทุกประเทศเครือข่าย
- เปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่ให้เป็นรางวัลชีวิต ทั้งสัมมนาระดับประเทศ รางวัลท่องเที่ยวทั่วโลก และรางวัลเงินสด
ค่าสมัคร :
600 บาทตลอดชีพ (BA ต้องมียอดซื้ออย่างน้อย 1 ครั้ง ใน 3 ปี เพื่อรักษาสถานภาพผู้ร่วมธุรกิจตลอดชีพ)

สมัครสมาชิก 600 บาท

ข้อเสนอพิเศษ! เริ่มต้นธุรกิจกับชุด Start Up บียอนด์มากิ พลัส ขนาดพร้อมดื่ม เพียง 950 บาท พร้อมรับสิทธิ์สมัครเป็นนักธุรกิจ ฟรี
(เลือกรูปแบบการสมัคร ที่หน้าลงทะเบียน)
วิธีสมัคร :
- สมัครทางเว็บไซต์ที่ www.avianceshop.com หรือ www.unilevernetwork.com
- สมัครด้วยตนเองที่ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เซ็นเตอร์ หรือ อาวียองซ์ ช็อป
- สมัครผ่าน BA ที่คุณรู้จัก
- สมัครผ่าน Call Center 0-2554-2455
เอกสารการสมัคร : สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัญชีออม ทรัพย์ของธนาคาร (ยกเว้นธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์ และธนาคารอิสลาม)
 

AFFILIATE (AF)

UNET LITE

แชร์โค้ด รับ Cash Back กับ UNET LITE เริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายๆ สไตล์คุณเอง
สิทธิพิเศษที่มากขึ้น
- รับส่วนลดทันที 25% เมื่อช้อปทุกผลิตภัณฑ์ราคาปกติ
- แชร์โค้ดรับ Cash Back 10% จากทุกยอดใช้จ่ายของ AF, PS และบุคคลทั่วไป ที่ช้อปผลิตภัณฑ์ใดๆ ผ่าน Promo Code ที่คุณแชร์
ค่าสมัคร : ไม่มีค่าสมัคร
วิธีสมัคร :
- เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ครั้งแรก 1 ชิ้น ในราคาปกติ หรือโดยใช้ Promo Code ลด 25%
- สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้จากทุกช่องทาง ทั้งทางเว็บไซต์ www.avianceshop.com ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เซ็นเตอร์ อาวียองซ์ ช็อป หรือ Call Center 0-2554-2455
- กรณีซื้อผลิตภัณฑ์ที่ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เซ็นเตอร์ หรือ อาวียองซ์ ช็อป พร้อมกรอกใบสมัคร คุณจะได้รับ Promo Code ของตัวเองทันที เพื่อใช้ในการซื้อรับส่วนลด 25% และนำไปแชร์ให้เพื่อนเพื่อรับ Cash Back 10%
- กรณีซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านทางเว็บไซต์ ให้ส่งอีเมล์เพื่อสมัคร AF ที่ unilever.th@unilever.com พร้อมแนบ เอกสารการสมัคร บริษัทจะจัดส่ง Promo Code ของคุณ เพื่อใช้ในการซื้อสินค้าและรับส่วนลด 25%
- ซื้อผลิตภัณฑ์และสมัครผ่าน Call Center 0-2554-2455
เอกสารการสมัคร : สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัญชีออมทรัพย์ของธนาคาร (ยกเว้นธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารอิสลาม)
 

PRIVILEGED SHOPPER (PS)

พลินกับการช้อปได้ทุกที่ รับส่วนลด 25%* ทันที ไม่ต้องสมัครสมาชิก

สิทธิพิเศษเพื่อมอบสุข : รับส่วนลดทันที 25% เมื่อช้อปทุกผลิตภัณฑ์ราคาปกติ
ค่าสมัคร : ไม่มีค่าสมัคร
วิธีสมัคร :
- เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ครั้งแรก 1 ชิ้น ในราคาปกติ หรือโดยใช้ Promo Code ลด 25%
- สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้จากทุกช่องทาง ทั้งทางเว็บไซต์ www.avianceshop.com ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เซ็นเตอร์ อาวียองซ์ ช็อป หรือ Call Center 0-2554-2455
- กรณีซื้อผลิตภัณฑ์ที่ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เซ็นเตอร์ หรือ อาวียองซ์ ช็อป พร้อมกรอกใบสมัคร คุณจะได้รับ Promo Code ของตัวเองทันที
- ซื้อผลิตภัณฑ์และสมัครผ่าน Call Center 0-2554-2455
* เมื่อใส่ Promo Code
 
สนใจสมัครสมาชิกคลิ๊กเลย สิทธิพิเศษสมาชิก
 

12/11/2559

ทำไม`นอนเยอะ`แล้วยังง่วง?

ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า 
ทำไม\'นอนเยอะ\'แล้วยังง่วง? thaihealth
  ปัญหาการนอนไม่ได้มีเพียงแค่การนอนน้อยหรือนอนหลับไม่เพียงพอเท่านั้น แต่การนอนมากเกินไปก็เป็นอีกหนึ่งตัวปัญหา โดยหลายคนคงมีข้อข้องใจว่า ทำไมยังง่วงและรู้สึกไม่สดชื่น แม้ว่าเมื่อคืนจะเข้านอนเร็วแล้วก็ตาม
          วันนี้เราจึงมีคำตอบมาให้คุณ พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้น อย่ารอช้า รีบไปอ่านไขข้อข้องใจกันเลย
          1. ความเหนื่อยสะสม
          จริงอยู่ที่การพักผ่อนทำให้คุณฟื้นฟูร่างกายจากอาการเหนื่อยล้าหลังทำงานหนักได้ แต่ร่างกายไม่สามารถฟื้นได้อย่างเต็มที่ด้วยการนอนเพียงคืนเดียวเท่านั้น ความเหนื่อยสะสมมาหลายวันอาจต้องการการพักผ่อนอย่างสม่ำเสมอถึงจะฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสดชื่นแจ่มใส พร้อมลุยงานใหม่ได้เหมือนเดิม ดังนั้นอาจจะต้องใจเย็นกับร่างกายนิดนึง ให้เวลาพักผ่อนไปเรื่อยๆ สักระยะ อาจดีขึ้นได้
          2. ใช้สมองมากเกินไป
          หลายคนเอาเรื่องงานมาคิดระหว่างนอน หรือบางคนอาจกำลังมีปัญหากับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการส่วนตัว ก่อนนอนจึงมัวแต่คิดเรื่องนั้น ทำให้สมองไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ไปด้วย ดังนั้นทางแก้คือ อย่านำเรื่องที่ทให้เครียดมาคิดตอนนอน อาจจะลองนั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออก หรือสวดมนต์ก่อนนอนดู
          3. อ้วน ไขมันเกินมาตรฐาน
          ความอ้วนทำให้ร่างกายเราไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่าได้ ควรหาเวลาออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ให้เลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง เมื่อเอนโดรฟินทำงาน รับรองว่าคราวนี้ร่างกายแข็งแรง หัวใจแข็งแรง นอนหลับสนิท ตื่นมาสดใสแน่นอน
          4. ทานอาหารหวานมากเกินไป
          เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นำไปสู่โรคอ้วนได้เช่นกัน การที่เราบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูงมากๆ อาจทำให้ร่างกายมีปริมาณน้ำตาลในเลือดมากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สดชื่นแจ่มใส รวมไปถึงอาหารรสจัดจากอาหารหมักดอง รสเค็มจัดด้วย
          วิธีแก้ไข
          - ออกกำลังกายเป็นประจำ
          - อย่าทานอาหารรสจัด
          -ลดความเครียดก่อนเข้านอน หยุดทำงาน หยุดคิดฟุ้งซ่านก่อนเข้านอน 30 นาที
          -ทานอาหารประเภทผักผลไม้มากๆ
          -อย่าทำงานหนักมาก จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนแอจนทำให้ป่วยได้





ตะคริว เป็นแล้วอย่ามองข้าม

ที่มา : กภ.ว่าที่ร้อยตรีอรรถพร มงคลภัทรสุข คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล
ตะคริวเป็นอาการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง พบได้ในทุกกล้ามเนื้อแต่ที่มักพบได้บ่อยคือตะคริวที่กล้ามเนื้อน่อง แสดงอาการมักนานไม่เกิน 2 นาที แต่ในบางรายอาจนานถึง 5 นาทีหรือมากกว่า ตะคริวไม่ใช่อาการที่จะส่งผลทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้แต่ก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้ถ้าเกิดอาการขณะกำลังว่ายน้ำหรืออาจเกิดอุบัติเหตุได้ถ้าเกิดอาการขณะกำลังขับรถ
ตะคริว เป็นแล้วอย่ามองข้าม thaihealth
แฟ้มภาพ
ตะคริวไม่ใช่อาการที่จะเกิดในขณะที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ยังสามารถเกิดได้ทุกเวลา บางคนอาจมีอาการในขณะที่กำลังนอนหลับซึ่งทำให้เจ็บปวดทรมานจนรบกวนการนอนได้
สาเหตุการเกิดตะคริวมีได้หลายทฤษฏี ซึ่งอาจเกิดจากการสูญเสียแร่ธาตุแมกนีเซียมไปกับเหงื่อในขณะการออกกำลังเป็นเวลานานๆ หรือมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อนั้นๆ เป็นเวลานานๆ ทำให้ขาดการไหลเวียนเลือดขาดการนำออกซิเจนและแร่ธาตุไปที่กล้ามเนื้อนั้น หรือเกิดกับหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องสูญเสียแร่ธาตุให้กับลูกตัวน้อยที่กำลังเติบโตอยู่ในท้อง หรือเกิดจากตัวยาบางชนิดที่ได้รับประทานเข้าไป การอาเจียนหรือท้องเสียก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สูญเสียแร่ธาตุแมกนีเซียมได้เช่นกัน นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อนั้นๆ และประการสุดท้ายอาจเกิดจากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดีพอ ซึ่งมักพบในคนที่มีภาวะหลอดเลือดตีบ เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น1 แต่สาเหตุที่พบบ่อยคือ การกินอาหารชนิดเดียวซ้ำๆ ซากๆ การไดเอ็ท และการขาดน้ำ 2
หนทางการรักษาอาการตะคริว
การรักษาที่ดีและเห็นผลได้ชัดเจนคือ การยืดกล้ามเนื้อที่เกิดตะคริว หลักการยืดกล้ามเนื้ออย่างง่ายๆ คือการทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับการเกร็งตัวที่มีการแสดงออกมา อาทิเช่น การเกิดตะคริวที่น่องจะทำให้เกิดการเกร็งปลายเท้าจิกชี้ลงพื้นดิน แก้โดยให้ทำการดันปลายเท้าให้กระดกขึ้นช้าๆ (ถ้ามีคนช่วยยืดให้ ดังรูปที่ 1) แต่ห้ามทำการกระตุกหรือกระชากรุนแรงอย่างรวดเร็ว เพราะจะเจ็บปวดจนกล้ามเนื้อฉีกขาดได้ หากเกิดตะคริวขณะอยู่เพียงลำพังให้พยายามนั่งยองๆ หรือนั่งเหยียดขาค้างที่เป็นตะคริวแล้วพยายามฝืนกระดกข้อเท้าขึ้นดังรูปที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ค้างในท่านี้ไว้สักครู่อาการตะคริวที่น่องก็จะดีขึ้น เป็นต้น
ป้องกันอย่างไรไม่ให้ตะคริวกลับมา
หากเกิดอาการตะคริวเพราะสูญเสียเหงื่อมากขณะออกกำลังกายอาจจำเป็นจะต้องมีการปรับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ด้วยเครื่องดื่มเกลือแร่ (sport drink) ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด แต่ถ้าจะทำน้ำเกลือแร่ด้วยตัวเองก็ทำได้ไม่ยาก โดยใช้เกลือ 1/3 ช้อนชา ผสมในน้ำ 500 ซี.ซี. จะบีบมะนาวหรือเติมน้ำหวาน ½ ช้อนชา เพื่อเพิ่มความอร่อยหรืออีกสูตรจะใช้น้ำผลไม้ ½ แก้วผสมน้ำสะอาดอีก ½ แล้ว แต่ทั้ง 2 สูตรควรแช่เย็นและไม่ควรผสมนานเกิน 6 ชั่วโมงเพราะอาจเสียได้ 3 ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำน้ำสไปรท์หรือเซเว่นท์อัพใส่เกลือเล็กน้อยก็ทำให้ได้น้ำเกลือแร่ที่มีราคาถูกกว่าน้ำเกลือแร่ที่ขายทั่วไปในท้องตลาดและยังมีรสชาติอร่อยไม่แพ้กันอีกด้วย
การดื่มน้ำให้มากพอก็สามารถช่วยลดการเกิดตะคริวได้ เพราะเวลามีเหงื่อออก ร่างกายจะสูญเสียทั้งน้ำและเกลือแร่ อาจทำให้เซลล์กล้ามเนื้อขาดน้ำ ส่งผลให้เกิดเป็นตะคริวได้ จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร หรือ 8 แก้วต่อวัน
หากต้องมีการแข่งขันที่ต้องสูญเสียเหงื่อปริมาณมาก ควรมีการดื่มน้ำมากๆ ก่อนการแข่งขัน 2-3 วัน เพื่อให้เนื้อเยื่อสำรองน้ำให้เพียงพอในระหว่างการออกกำลังกาย อย่ารีรอเมื่อรู้สึกกระหายน้ำ การดื่มน้ำที่มีประสิทธิภาพคือดื่ม 2 ชั่วโมงก่อนการออกกำลังกายไม่เกิน 3 แก้ว จากนั้น 10-15 นาที ก่อนการออกกำลังกายไม่เกิน 2 แก้ว และทุกๆ 15-30 นาทีระหว่างการออกกำลังกายไม่เกิน 1 แก้ว ขอแนะนำน้ำดื่มสะอาดแช่เย็นก็เพียงพอแล้ว เพราะน้ำสะอาดสามารถเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ง่ายและความเย็นจะทำให้รู้สึกสดชื่น3
กล้วย เป็นผลไม้ที่มีการพูดถึงบ่อยสำหรับการป้องกันการเกิดตะคริว ในนักกีฬาประเภทที่ต้องมีการใช้กำลังสูงหรือมีการออกกำลังต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เช่น นักเทนนิสหรือนักฟุตบอล เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงซึ่งจะถูกย่อยและดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว หลังรับประทานเพียงไม่กี่นาทีก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น น้ำตาลที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานแทนคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานๆ โดยไม่มีอาการเหนื่อย คนที่มิใช่นักกีฬาแต่ต้องการชดเชยแร่ธาตุที่สูญเสียไป ก็สามารถรับประทานกล้วยได้
การยืดกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ ให้ร่างกายคลายความตึงตัวมีความยืดหยุ่นตลอดเวลาเพื่อลดโอกาสการเกิดตะคริวได้ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และพักผ่อนให้เพียงพอ
ผู้สูงอายุควรค่อยขยับแขนขาช้าๆ และหลีกเลี่ยงอากาศเย็นมากๆ อาจสวมใส่ถุงเท้าตอนนอนเพื่อป้องกันการเกร็งของเท้าในรายที่เป็นบ่อยๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแก้ไข